1 ปีกับชีวิตในอเมริกา 10 : สาวลูกครึ่งญี่ปุ่น!(วิกกี้)
posted on 16 Apr 2011 03:31 by achidahp in experience
ต่อจากตอนที่แล้วๆ นะครับ ดังนั้นควรอ่านตอนก่อนหน้าก่อน หรือถ้าให้ดีอ่านตอนแรก ที่นี่ เลยนะครับ (หัวเราะ)
ตอนก่อนหน้า "ล็อกเกอร์โรงเรียน"
1 ปีกับชีวิตในอเมริกา Chapter 10 : สาวลูกครึ่งญี่ปุ่น! (วิกกี้)
หลังจากที่ผมไปโรงเรียนได้ 3 วัน มันก็ทำให้ผมเข้าใจ ว่าชีวิตของนักเรียนแลกเปลี่ยนแท้จริงแล้วมันคืออะไร จุดประสงค์ของการที่เรามาที่นี่นั่นคืออะไร ผมเข้าใจทุกอย่างแล้วครับ ในเวลาเพียง 3 วันนี้เท่านั้น...
คือเมิงส่งกุมากอบกู้หน้า ที่เขาคิดว่าเราทั้งประเทศขี่ช้างไปโรงเรียนกัน ใช่มั้ย! หา!! กุรู้!!! เพราะกุมาที่นี่แค่ 3 วัน แม่มก็มีคนถามกุเรื่องนี้ทั้งสามวัน โอ้ยยยย กุจะบ้า ...
ความผิดของเมิงอยู่ที่หนังเรื่องต้มยำกุ้งนั่นล่ะ!! จะเขียนให้จาพนมขี่ช้างไปโรงเรียนทำไม? หา!! มันจะขี่จักรยานไปโรงเรียนไม่ได้เหรอไง?? ทางมันขรุขระ? เดินไป... ข้อมันจะเสื่อมเหรอ!!
โว๊ยย!! จะโปรโมตอนุรักษ์อะไรขนาดนั้น มาจริงๆมีที่ไหนล่ะ เห็นแต่ที่ขายอ้อยตามฟุตบาท แล้วที่ติดซีดีกับไฟกระพริบที่หาง เดินอยู่กลางกรุง!
แทนที่จะประทับใจ เจอของจริงเขาจะหดหู่กันซะกว่ามั้ง!
นี่ยังดีนะในหนังมีแค่จาพนมขี่ช้างไปโรงเรียน ลองเพิ่มบทขี่ช้างกันซัก 5 – 6 คนสิ... เข้าข่ายหลอกลวง! แน่ๆ!
ขอหน่อยเหอะ!! 3 วันแล้วค้าบบบ เจอแต่เรื่องทรมาน เพื่อนก็ไม่มี เจอแต่ฝรั่งงี่เง่าถามกุแต่เรื่องช้าง ไม่ก็เรื่องไม่เป็นเรื่อง ว่าทำไมถึงตั้งชื่อเมืองหลวงให้ตรงกับคำไม่หยาบด้วยด้วย!! (Bang "kok" = cock)
อ่าว แล้วกุจะรู้ไหม? เมิงก็ลองไปถามบรรพบุรุษเมิงสิ อ่านกันทำไม "แบ๊งค็อก"!! ทั้งๆที่พวกกุออกเสียงกัน "บางกอกๆ"!!
"ฮานี่บ่ะเฮ้ย งืด ไข้ปิ๊กบ้านง่าว!" ออกเสียงเพี้ยนกันเอง แล้วจะมาโทษกุอีก!
เหนื่อยจิตจริงๆ แล้วยิ่งวันนี้ต้องมาเจออะไรที่กระตุกหัวใจให้เต้นแรกอีก การประชุมแอสเซมบลี้ (Assembly) ที่ครั้งแรกนี้ นักเรียนแลกเปลี่ยนทุกคนต้องออกไปโชว์ตัว และแนะนำตัว!
หึ... ชิบหายงานเข้า! ปกติที่ห้องกุก็ทำตัวเบาๆ ไม่ให้ใครสังเกตหรือสนใจ อยู่ที่ไทย การออกไปทำอะไรหน้าห้องขากุก็สั่นเหมือนกุมารทองสิงแล้ว!
แม่เจ้า!... นี่ต่อหน้าคนนับร้อย! กุตายอย่างเขียดตั้งแต่ไม่ได้ขึ้นแล้ว ภาษาอังกฤษก็มีแต่แพทเทรินที่เรียนมา ซึ่งมันใช้ไม่ได้!
ยอมรับมึนสุดๆ ครับครั้งนี้ เค้าบอกว่าจะมีแอสเซมบลี้วันนี้ แต่ไม่ยักบอกว่าเวลาไหน ที่ไหน กุจะตรัสรู้มั้ย? รู้มั้ยกุเดินว่อนทั่วโรงเรียนทั้งวัน เพื่อหาพวกเมิงเนี่ย! (คือ... เค้าบอกล่ะ แต่ฟังไม่รู้เรื่องมากกว่า 555+) จนสุดท้ายเวลาจริง ถึงรู้ว่ามันมีหลังเลิกเรียน 55+ ไอ้โง่! แต่ก็ประทับใจอย่างหนึ่ง คือมีการย่นเวลาคาบเพื่อให้แอสเซมบลี้ไม่กินเวลาโรงเรียนเลิกปกติด้วย!
และแล้วพอถึงเวลา ความตื่นเต้นมันก็ทวีคูณจริงๆ!
ภาพเบื้องหน้าคือยิมสนามบาส เต็มไปด้วยคน มองไปทางซ้ายวงดุริยางค์ หน้าหน่อยก็นักเรียน ทางขวาก็ครู ข้างหลังกุมีกรรมการนักเรียน
สามร้อยคนเห็นจะได้... T T แล้วที่ว่างตรงกลางนั่น ที่กุใช่ไหม?...
แอสเซมบลี้ ว่าง่ายๆก็คือการประชุม ที่จะนัดคนทั้งโรงเรียนมารวมกันหลังเลิกเรียน เพื่อบอกข่าวสารหรืองานร่วมสนุกอะไรสักอย่าง โดยจะใช้ลานกว้างๆ อย่างโรงยิม โรงอาหาร รวมตัวกัน ดำเนินการทั้งหมดโดยกรรมการนักเรียน และมีวงดุริยางค์บรรเลงเพลงก่อนงามเริ่ม แทบทุกครั้ง!
นั่นไงไม่ทันขาดคำ เสียงฆาตรกรรม มันก็สั่นหัวใจกุ! นั่งดิ้น สงบนิ่งไม่ได้! แต่เดี๋ยว! หยุดดิ้นก่อน ปัญหาตอนนี้ยังไม่ใช่สิ่งนั้น แต่...
คือกุจะนั่งตรงไหน? หา! กุจะนั่งตรงไหนเนี่ย ไม่รู้จักใครซักคน จนซักพักก็เหลือบไปเห็นไอ้คนที่เคยถามกุว่า “เมิงขี่ช้างไปโรงเรียนใช่มั้ย” ก็เลยถือวิสาสะเข้าไปนั่งด้วย หน้าตาเสแสร้งประมาณว่ากุซี้กับมันแล้วนะ เมิงถามอะไรโง่ๆ กับกุไปเยอะนะ เมิงต้องเป็นเพื่อนกุนะ มันก็เหมือนยินดี แล้วก็ถามไม่รู้เป็นภาษาต่างดาวกลับมา(ความรู้สึกมันบอกแบบนั้น) ซึ่งกุไม่รู้เรื่อง ก็ Yes กะ No กลับไปทุกประโยค!!
ซักพักการประชุมก็เริ่ม หลังจากพวกคณะกรรมการพูดเรื่องฟุตบอลเสร็จ ก็เรียกนักเรียนแลกเปลี่ยนทั้งหมดออกไปยืนข้างหน้า...
คือ... กุยังไม่ทันเตรียมตัว มัวแต่ตอบ yes กับ no อยู่...
ตอนถัดไป "สาวลูกครึ่งญี่ปุ่น(ต่อ)"

#1 By สิมิลัน on 2011-04-17 20:24