Chapter 23 : ปาร์ตี้ก่อนเริงระบำ
posted on 05 Nov 2011 14:55 by achidahp in experience directory Travel, Diaryยอมรับครั้งนี้หายไปนานจริงๆ รวมๆก็ 34 วันได้... ไม่ได้ไปไหนหรอกครับ แค่อพยพหนีน้ำอินเทรนตามเค้า 55+
มันเริ่มจากน้ำผลุดจากท่อ ตอนนั้นตัดสินใจอย่างไว... กูไม่อยู่ละ
อพยพกลับไปอยู่บ้านที่เชียงใหม่ บ้านซึ่งเป็นสถานที่ที่สุขสบายเกินไป จึงทำให้ไม่เกิดสมาธิ นั่งเขียนก็แล้ว นอนเขียนก็แล้ว เขียนไม่ได้หนีไปเที่ยวก็แล้ว สุดท้ายต้องกลับมาเป็นผู้ประสบภัยที่กรุงเทพ...
และเวลานั้นล่ะ สมาธิเกิด... (ไม่รู้ทำไม)
ย้อนความเดิมตอนที่แล้ว หลังจากร้องเพลงประสานเสียงก็ได้บัตรเชิญหนึ่งใบ บัตรเชิญอะไรติดตามกันได้ในตอนนี้
อีกอย่าง หลังจากที่เขียนมาหลายเดือน จนแฟนเพจติดตามจาก 12 ตอนนี้ 256 คนแล้ว... วิ้ววว และเรื่องนี้ก็ใกล้จะจบภาคแรกแล้ว :) ผมจำเป็นต้องซอยย่อยเนื่องจากให้เขียน 1 ปี ก็คงยาวไป
โดยภาคนี้ผมตั้งชื่อไว้คร่าวๆว่า... Homecoming Dance ก็แล้วกัน :D
-------------------------------
แสงไฟสาดส่อง ปรากฏบ้านซอมซ่อหลังหนึ่ง ที่ตั้งอยู่ในหลืบมันเป็นบ้านไม้กลางนา ที่ผมอุตส่าห์ให้เดวิดฝ่าดงหญ้า ขับรถพามาตามที่อยู่หลังการ์ด INVITATION
ใช่ มันเป็นการ์ดอินวิเทชั่น รับเชิญผมเข้างานปาร์ตี้...
ปาร์ตี้ที่ดันถูกชวนโดยคนที่ผมไม่รู้จัก…(แต่ก็ยังจะไป)
พร้อมกับตอนนี้ที่อึกอักในใจว่าที่อยู่หลังใบพากูมาที่ไหนวะเนี่ย...
Chapter 23th: ปาร์ตี้ก่อนเริงระบำ
นี่คงเป็นเสาร์ที่สายที่สุดในอเมริกา หลังจากงัวเงียตื่นขึ้นมา จำภาพเรือนรางได้สองสามอย่าง สนามหญ้า เสียงเฮฮา และผู้ชายเอเชีย
ภาวนาอย่างถี่ถ้วน เมื่อคืนกูคงไม่โดนลวนลาม หรือพาไปตุ๋ยที่ไหน
ไตร่ตรองอยู่ในใจ เมื่อสติมากว่าจะจำได้...
สนามหญ้า คงเป็นสนามฟุตบอลของเมืองข้างๆ
เสียงเฮฮา คงเป็นบรรดากองเชียร์จากอีเฟรต้า ที่แห่ไปถล่มหยามหน้าเจ้าบ้านควินซี่
ผู้ชายเอเชีย... คง...
...
ใครวะ!?...
เท่าที่จำได้ อีเฟรต้าดาหน้ายกทีมไปให้ควินซี่กระทืบมาเมื่อคืน ไม่แปลกอะไรเพราะอาทิตย์ก่อนที่ควินซี่มาเยือน เราก็กระทืบเค้าซะไม่เหลือ แถมอัดจนฟันหลอแขนเดาะกลับไปอีกสองสามคน
ครั้งนี้ภาษากีฬาคงเรียกว่าศึกล้างตา โดยศึกนี้ ควินซี่ทำได้ดีเพราะมีถึงโฮมคัมมิ่งคิงและควีนเป็นตัวประกัน…
ในทุกๆปีก่อนงานเต้นรำ โรงเรียนมักมีการแข่งฟุตบอลประเพณีกับต่างเมือง หนึ่งในจุดประสงค์หลักคือการเปิดตัวโฮมคัมมิ่งคิงและควีน (Homecoming King Queen)
ตัวแทนของหนุ่มสาวที่ถูกโหวตว่าเป็นบุคคลผู้ฮอตที่สุดในโรงเรียน จะมาพร้อมยานพาหนะสุดหรู บ้างก็เบนส์ขัดมัน ลีมูซีนคันยาว หรือกระทั่งเก๋งเปิดประทุนคันขาว จูงมือกันออกมาเสนอหน้ารับเสียงกรี๊ดจากกองเชียร์ โบกมือราวกับมันจะเข้าพิธีวิวาห์
โดยหารู้ไม่ ที่เมิงกำลังทำยิ่งเพิ่มความคาดหวัง
ยิ่งเมิงโชว์หรูมากเท่าไหร่ แสดงว่าเมิงควรจะโชว์บอลให้หรูมากเท่านั้นเพราะกองเชียร์ร้อยทั้งร้อยเขามาดูบอล ไม่ได้มาดูเมิง
ศึกล้างตาครั้งนี้ควินซี่จึงขยับความคาดหวังมากขึ้นไป อยากหรูนักใช่ไหม...กูจัดให้
เสียงผับๆ ดังสนั่นอยู่เหนือสนาม ทามกลางความตระหนกของผู้คนเมื่อเฮลิคอปเตอร์ลำหนึ่งจอดลงกลางสนาม
ทันใดคิงกับควินก็จูงมือกันลงมาด้วยขาที่ดูสั่นๆ สีหน้าบอกอย่างชัด ว่ากูกลัวความสูง
แต่มันก็ยังทนได้ เพื่อความหวังในชัยเหนืออีเฟรต้า ราวกับตั้งใจจะบอกเราว่าวิ่งบนพื้นมันธรรมดาไป สร้างความเหนือชั้นให้เห็น ตั้งใจจะเหยียบเราให้จมดิน...
แล้วเกมก็จบแบบจมดินจริงๆ 21 ต่อ 6
ไม่รู้ว่าแค้นมาแต่ชาติปางไหน...
ทว่าการตื่นสายในวันนี้ไม่ได้มีต้นเหตุจากบอลประเพณีเลยสักนิด หากแต่เพราะไม่มีเสียงคริส แหกปากปลุกผมให้ลุกในตอนเช้า
ซึ่งมันเป็นเรื่องที่... โคตรจะดี
ลองจินตนาการการได้ยินเสียงแหลมๆ สูงๆ ดังในประโยคเดิม เวลาเดิม กิจกรรมเดิมๆทุกวันดูสิ...
James, time’s up!/ James, wake up!/ James, Ketchup!
เล่นคอมเกินชั่วโมงก็ Time’s up
กูตื่นสายก็ Wake up
เมิงจะเอาซอสมะเขือเทศก็ Ketch-up
อะไรเมิงเนี่ย!
ประสาทกูจะแดก “UP” ทุกวันจนหูกูจะแตก ซอสมะเขือเทศถ้าเมิงจะแดก ก็ลุกไปหยิบเองดิวะ!
เสาร์วันนี้จึงดูสดใสเป็นพิเศษ เมื่อผมรู้สึกถึงความเป็นปัจเจก ไม่มีเสียง Wake up แสดงว่าเดวิดกับคริสไม่อยู่ และถ้าแอบเล่นคอมตอนนี้ดูกูก็คงไม่ได้ยินเสียง Time’s up เช่นกัน
การลักลอบใช้คอม แม้มันจะวินโดวส์ 95 ก็เป็นความสุขอย่างมากสำหรับผม ซึ่งเป็นเด็กติดเกมส์
เปรียบเทียบเป็นร้านเกมส์มันก็คงอยู่ในยุคโบราณ มีนาฬิกาไขลานนับเวลาได้แค่ 1 ชั่วโมง มีเจ้าของร้านเสียงสูงๆ ที่ไม่เคยยอมให้กูต่อเวลา...
เธอพูดอยู่อย่างเดียว... ไทม์ซับ
เคยบอกไปว่าผมจำเป็นต้องใช้ต่อนะครับ ขอแค่อีกสิบห้านาที กูก็แทบต้องพิมพ์รายงานความจำนงส่ง พร้อมกับลงลายเซ็นและเขียนคำปฏิญาณ…
เช้านี้หลังขยี้ตากระแทกหัวให้หายงัวเงียผมก็รีบวิ่งขึ้นบ้านกะจะเล่นนานๆ แต่แล้วเมื่อตูดสัมผัสเก้าอี้ได้ไม่นาน เสียงเปิดประตูบ้านก็พลันดังให้ปวดกระบานอีกครั้ง…
เมื่อเขาไม่เคยถาม ว่าผมเล่นไปนานเท่าไหร่แล้ว...
มันกำลังมาอีกแล้วเสียงนังจอมมาร!!
“James, time’s up!!”…
…
ไทม์ซับ ตับเมิงสิ กูยังเล่นไม่ถึงนาที!!
นาฬิกาถึงเวลา ผมยืนหน้าชาอยู่หน้าบ้านในเวลาห้าโมงเย็น ยืนเป็นเจ๊กจ่ายตลาด แต่งตัวประหลาดในชุดหลากสี
สูทเขียว ไทต์เหลือง เชิ้ตขาว กางเกงเทา รองเท้าผ้าใบเก่าๆยี่ห้อไนกี้... แม่งเข้ากันมั้ยเนี่ย...
ไม่มีอะไรเป็นของผมเลย นอกจากรองเท้ากับกางเกงใน...เนกไทเค้าก็ผูกให้...
ผมกำลังจะไปงานเต้นรำ…
เพิ่งรู้เมื่อไม่นานว่าคนไม่มีคู่ ก็สามารถไปเต้นถูกับเพื่อนได้ โดยค่าบัตรเข้างานจะแพงกว่าการไปเป็นคู่อยู่นิดหน่อย สาเหตุของการหยั่งรู้คือการ์ดเชิญอินวิเทชั่น จากสาวนิรนามคนนั้น
ที่ต้องนิรนาม เพราะกูจำชื่อเขาไม่ได้…
คลับคล้ายว่าคอร์ดนีย์ หรือนี่คือเส้นเลือดขอดผมก็ไม่แน่ใจ...
ภาพที่ติดตาคือสาวร่างใหญ่ ยื่นการ์ดเชิญด้วยท่าทีเขินอาย ภายในจดหมายเขียนว่า คุณได้รับเชิญเข้าร่วมปาร์ตี้ก่อนโฮมคัมมิ่งกับพวกเรานะ (Pre-Homecoming Party)
พวกเรา?... เดี๋ยว แล้วพวกเมิงเป็นใคร!
ยังไม่ทันรู้ว่าใครคือพวกเรา สาวนิรนามก็เดินจากไปไร้แววว่าจะหันกลับ แต่ฉนั้นไซร้ ผมมีตัวเลือกเหลือไม่มาก...
ไม่สิ ไม่เหลือแล้ว...
กัดฟันตัดสินใจ แม้ว่าคนยื่นจะสเป็กไม่ใช่ผมก็หลอกตัวเองไปว่ากูอาจเจอสาวงามข้างหน้า ศึกษาแผนที่อยู่นาน ถามเดวิดว่าที่อยู่นี้ไปง่ายไหม เดฟตอบกลับมาอย่างไว... ว่าไม่เลย
รถคดเคี้ยวอยู่ในดงหญ้า เหมือนกูถูกหลอกให้มาบุกป่าอเมซอนก่อนจะถึงบ้านไม้ ผมคิดไปแล้วว่าคงถูกหลอกมาปล้น ดิ้นรนอยู่นานสุดท้ายก็เจอบ้าน...
ทว่าความคิดว่าไหนวะบ้าน ยังคงค้างอยู่เต็มหัว...
ถ้าเทียบกับบ้านฝรั่งทั่วไป ที่นี่เหมือนโรงสีข้าวมากกว่า...
ทันใดสาวสองคนก็ออกมาแสดงตน ยืนยันว่านี่บ้านคนไม่ใช่โรงสีพร้อมด้วยเสียงทักทายแสดงไมตรี...
“JAMMMMES!!” ส่งเสียงอย่างพร้อมเพรียง กูได้แต่ยืนเกาเหนียง สงสัยว่าพวกเมิงที่ส่งเสียงเป็นใครกันแน่วะ?
ทั้งคู่ก็พลันแนะนำตัวว่าเธอชื่อมิสซี่ (Missy)เป็นเจ้าของบ้าน และคอร์ดนีย์ (Cordney) คือสาวนรินามเส้นเลือดขอด
ซึ่งทั้งคู่ต่างเป็นสาวร่างใหญ่...
กระนั้นผมก็ยังเดินกัดฟันเข้าไป ท่องย้ำคำว่าสาวงามอยู่ในใจ
“สาวงาม สาวงาม สาวงาม”…
ครั้นเดินผ่านประตูเข้าไปก็ตกใจ โป๊ะเช๊ะ!!...
แม่งมีแต่สาวใหญ่ใจสิงห์ หญิงงามหัวใจไทยมันหายไปไหนหมด?
จะมีก็ที่ใส่แว่นร่างผอมบาง สูงสัก 180 และดูไม่เหมือนผู้หญิงสักเท่าไหร่...
อีกสามคนที่ดูหุ่นดีหน่อย ก็กลับเป็นผู้ชาย...
บ้านมิสซี่เป็นตัวอย่างหนึ่งของครอบครัวเกษตรกรมีบ้านอยู่กลางทุ่งห้อมล้อมด้วยฟาร์มขนาดใหญ่ที่มีอะไรมาปลูกตลอดปี เท่าที่เห็นน่าจะเป็น ข้าวโพด
มองจากด้านนอกอาจจะดูโกโรโกโส แตด้านในเฟอร์นิเจอร์ครบครัน
พื้นปูด้วยพรมผสมด้วยลายไม้ วอล์เปเปอร์สวยทุกลาย ด้านซ้ายมีเปียโนตั้งคู่กับโซฟา ห้องนั่งเล่นมีทีวีจอยักษ์กำลังเปิดเครื่องเล่นเกมส์เอ็กซ์บอกซ์
ชั้นบนยังมีโต๊ะพูล และเครื่องเล่นอีกสองสามชิ้น...
ต่างจากบ้านผมอย่างสิ้นเชิง ที่มีรูปลักษณ์ภายนอกเป็นภาพลวงตา...
ทีแรกจิตนาการถึงปาร์ตี้พี้ยาตามหนังเรื่องอเมริกันพาย ที่มีการถอดเสื้อหรือปีนถังเบียร์แล้วดื่มแบบตีลังกา...
ทว่าที่นี่ ไม่ใช่เลย...
เป็นปาร์ตี้เล็กๆ รวมผมแล้วก็เพียง 9 คนโดยมีจุดประสงค์หลักเพื่อให้สาวๆห้าคนแต่งตัว ส่วนชายสี่คนที่เหลือก็กินของว่าง น้ำผลไม้ และเล่นเอ็กบอกซ์ไป
งงอยู่เหมือนกัน...ว่าแค่นี้เมิงจะเรียกว่าปาร์ตี้ทำไม
แต่ที่งงมากกว่านั้น... คือเมิงชวนกูมาทำไมเนี่ย...
ปาร์ตี้เลิกลาด้วยความพร้อมของทุกคนหัวใจผมเต้นเร็วขึ้นเมื่อจะถึงเวลาที่รอในไม่ช้า... ใจเต้นรัว แต่ตัวกูขยับไม่ได้
เมื่อเรา 7 คนอัดมาในรถคันเดียว ...
ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าคอร์ดนีย์คนที่ชวนผมกลับไม่มาด้วยทิ้งให้ผมโดนอัดเป็นถ้วยอยู่ในรถคันนี้
แต่บางทีก็อาจจะดี เพราะถ้าเธอมานี่ ผมอาจเหลือเท่าถ้วยใส่น้ำชา
และสุดท้ายก็รู้ว่าที่ผมถูกชวนมา เพราะคอร์ดนีย์ชอบหนุ่มเอเชีย...
วิ้วววววว!!...
แต่แล้วทำไมเมิงไม่มางานล่ะ!
เรามาถึงงานตรงเวลาไม่พลาดสักนาที แต่สิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้านี่ กลับทำให้ผมคิดใหม่เมื่อคู่หนุ่มสาวทั้งหลายก้าวลงมาจากรถคันหรู แต่งกันมาอย่างกับเจ้าสาวเจ้าชาย
บ้างสูทดำ บ้างทักสิโด้ขาว บ้างก็มีหูกระต่ายด้วย ทำผมรู้สึกเหมือนเป็นถ้วยจนต้องย้อนดูตัวเอง...
สูทเขียว ไทต์เหลือง เชิ้ตขาว กางเกงเทา รองเท้าเก่าไนกี้...
...
กูแต่งเหี้ยอะไรมาเนี่ย!


#1 By Peachu★ on 2011-11-05 17:24