Chapter 23.5th: เต้นรำ ตับกระเด็น
posted on 23 Jan 2012 17:00 by achidahp in experience directory Travel, Diary
1 ปีกับชีวิตในอเมริกา คืนชีพแล้วนะ 55+
รู้ทั้งรู้ว่าจะเป็นตอนไคล์แม็ก แต่ก็ดองไว้ซะ ขอโทษๆ T T
แต่ก็ดีใจที่หลายๆคนยังคอยติดตามนะ :)
ไอ้เราก็ละอายใจ ที่ไม่ได้จัดสรรเวลามาเขียนตอนใหม่ มาลงให้ตรงเวลา
รู้สึกไม่ดีเพราะหายไปนานมาก จนอยากจะขึ้นต้นตอนใหม่ว่า...
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว...
มีเด็กไทยหัวเกรียนติดเกมคนหนึ่ง ตั้งความหวังว่าอยากกล้าขึ้น จึงกระเสือกกระสนไปสอบทุนนักเรียนแลกเปลี่ยน แล้วดันฟลุ๊กติด พร้อมกับฟลุ๊กที่มีคนอุปการะเรื่องเงิน
การเดินทางคนเดียวครั้งแรกในชีวิต ทำให้เจอสิ่งใหม่ๆ ให้ไอ้เด็กหัวเกรียนไปโชว์ความเกรียนที่ต่างประเทศมากมาย กระทั่งไปชอบผู้หญิงครึ่งเยอรมัน-ญี่ปุ่น คนหนึ่ง ชื่อวิกกี้
เด็กเกรียนคนนี้ก็ตั้งใจอย่างมากที่จะชวนเธอไปงานเต้นรำให้ได้ แต่สุดท้ายก็ไม่สำเร็จ กระทั่งในที่สุด วันนี้ก็ถึงงานเต้นรำสักที...
จะเป็นยังไงต่อ อ่านตอนก่อนหน้าที่นี่ ปาร์ตี้ก่อนเริงระบำ และตอนแรกที่นี่ ตอนแรก
ส่วนจะเป็นยังไงต่อ อ่านตอนนี้ ข้างล่างนี้ :)
Chapter 23.5th: เต้นรำ ตับกระเด็น
จินตนาการซุ้มประตูหรูบนพื้นที่ปูไปด้วยพรมแดง ลากยาวตลอดทาง ขนาบข้างด้วยสิ่งประดับเรืองรองสะท้อนแสง เหนือพรมสีแดงมีหลากคู่รักกำลังโชว์การแสดง อยู่เต็มฮอลเวย์...
มันคงไม่ใช่กายกรรมแสดงการโดดตีลังกาหรืออะไร คือนึกออกกันใช่ไหม... แม่งดูดปากพอดรักราวจะกินกัน
ไอ้ซุ้มเก็บบัตรกับซุ้มถ่ายภาพที่ตั้งอยู่ตรงนั้น ก็ไม่มีทีท่าว่าจะไปห้ามปรามหรือตัดจบการแสดงเหล่านั้นเลย
ท่ามกลางความสงบของเสื้อผ้าแต่ซ่าทางอารมณ์ มีเอเชียหัวกลมยืนสั่นในชุดซ่าอยู่หน้าประตู ผมไปต่อไม่ถูก...
จู่ๆก็มีสาวเรียกถามถึงบัตร ผมก็ยื่นไปให้เธอแบบงงๆ เธอก็ลากผมไปถ่ายรูปแบบงงๆ แล้วบอกให้ผมจ่ายตังแบบงงๆ
“20 เหรียญค่ะ!”...
ตกใจจนเกือบหายงง แต่ไม่ กูงงยิ่งกว่าเดิม...
อะไรกันเนี่ย! คือมันไม่มีอะไรเลย นอกจากแสงแฟลชที่กระแทกตากูสองสามดวง กับอีฉากหลังพลาสติกหลอกลวงรูปนาฬิกา แล้วก็ไอ้ตัวหนังสือบ้าๆ ที่เขียนซ้ำเติมกูว่า...
“Time of your life”…
(เวลาแห่งชีวิตค่ะ...)
...
กุรู้สึกเหมือนโดนปล้น... เวลาแห่งชีวิตแหนมป้าย่นเมิงสิ! อิข้อเท้าซ้น!
กว่าจะผ่านด่านนั้นมาได้ ความพยายามที่จะเข้างานอย่างมั่นใจ ก็ถูกกระชากไปจากด่านกระชากเงิน เดินเขินมาถึงประตู ยืนนิ่งเป็นเครื่องเขินอีกสามนาที มารู้ตัวอีกที เพื่อนกูไม่อยู่ละ...
รีบกลั้นใจผลักประตูตามเข้าไป จากนั้นแสงไฟและเสียงเพลง ก็เปลี่ยนผมที่ไม่มั่นใจในตัวเอง ไปเป็นคนละคน…
งานโฮมคัมมิ่งที่ฉันเคยฉงน ที่แท้แม่งก็ผับดีๆนี่เอง...
มีไฟดิสโก้ส่องนำทางในความมืด สว่างเป็นจังหวะตามเสียงเพลงและดนตรี บนเวทีมีดีเจเป็นคอนดัก คุมจังหวะการดิ้นของผู้คนที่เต้นอย่างสับสน ด้วยท่วงท่าประหลาดๆอย่างที่ข้าพเจ้าไม่เคยพบเคยเห็น...
แบบที่ประกบกันเป็นหนมปังแฮมชีส และแบบที่เลียชีส ลูบไล้ ไซร้คอ พอดรัก จนกูอึกอักคิดไปเองแล้วว่าเมิงจะแก้ผ้า!
แทบจินตนาการไม่ออกว่ามันเคยเป็นโรงยิม ส่วนพวกเมิงที่ดิ้นๆ ตอนกลางวันเป็นนักเรียน “เกรดเอ” อีเฟรยต้า
พอหันหน้าไปทางซ้ายก็เห็นกลุ่มเพื่อนที่พามา ดิ้นกันตับม้ามจะทะลักทันทีเหมือนคนบ้า อยู่มุมห้องแบบไม่ต้องวอร์มอัพ...
หรือนี่จะเป็นแสงเทียนส่องทางในความหมายของพุทธศาสนา ส่องสว่างท่ามกลางความมืดมิด ลุกโชนเป็นจังหวะนำพาชีวิตให้ขยับไปทีละนิด
รู้ตัวอีกที ผมก็ขาดความรู้สึกนึกคิด
รู้ตัวอีกที แขนก็ขยับไปทีละนิด
รู้ตัวอีกที กุกลายเป็นเคป๊อป ดิ้นสุดชีวิต คิดว่าตัวเองเป็นดงบังชินกิ บิดเป็นอี๊ดโป่งลาง ท่ามกลางสายตาของผู้คน ที่ต่างก็สับสน ว่าเมิงเต้นเหี้ยอะไรเนี่ย!!
แล้วราวกับดีเจเห็นภาพอุจาดนั้น ก็พลันเปลี่ยนเพลง ปรับไฟ ลดจังหวะ กลายเป็นเพลงช้า พอได้พักหายใจ จึงเริ่มไตร่ตรองว่าอะไรเพิ่งเกิดขึ้น...
...
สงสัยกุจะนำเทรนด์มากไป ที่นี่คงยังรับไม่ได้ กับลวดลายแบบผสมผสาน...
แล้วไม่รู้เป็นอะไร พอขึ้นเป็นเพลงช้าทีไร ไอ้พวกไร้คู่จะขยับออกจากฟลอร์ มอบลานกว้าง ให้กับพวกมีคู่โชว์โรแมนติก…
กอดเอว ลำตัวแนบสนิท ขาขยับทีละนิด สายตาหยาดเยิ้มจ้องมองกันและกัน...
เป็นอย่างนี้กันทุกคู่ หวานจนมดไต่... ไอ้เราไม่มีคู่ จะให้กูไปรำไทย ก็ใช่ที่…
ตั้งใจจะออกมาแล้วมอบลานให้เค้าไป ทว่าทันใดนั้น ก็มีผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามา...
ไม่ใช่ใครที่ไหน อีกหนึ่งสาวนิรนามในกลุ่มที่ผมจำชื่อไม่ได้ เธอมาขอให้ผมไปเป็นคู่เต้น...
ฮะ!?...
เอาอะไรคิด...?
นี่แสดงว่าเมิงไม่เห็นท่าเต้นแบบผสมผสานของกูสักครู่นี้ ซึ่งสภาพเหมือนใส้เดือนดิ้น เกินกว่าจะฟิตเจอริ่งเพลงช้าคู่กับเมิงได้...
แต่เอาก็เอาวะ!
พยายามหลับตาให้อินกับเพลง ปล่อยตัวเองให้ปลิวไปตามจังหวะเพลงช้า มือขวาจับมือซ้าย มือซ้ายสัมผัสเอว ลำตัวแนบสนิท หน้าแทบจะชิดกัน...
ครั้งแรกในชีวิต... ในความคิดเหมือนจะทำง่าย แต่ความจริงฉิบหาย มันไม่ง่ายเลย...
เมื่อกูเหยียบเท้าเธอทุกเสต็ป... ตัวเกร็งหลังแข็งเป็นนกนางแอ่น ไม่กล้าแม้แต่สบตา หรือหายใจรดหน้าเธอ ผมกลั้นสุดชีวิต
ครั้นไปถึงกลางเพลง จิตใจเริ่มสงบ ผมเริ่มกล้าหายใจ และทันใด ก็สัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่าง...
...
ความโรแมนติกเหรอ...
ไม่ใช่…
มันเป็นความเหม็น...
ความเหม็นของอะไรสักอย่าง ที่แรงคล้ายๆกับการไม่ได้อาบน้ำมาอย่างน้อย 12 วัน กลิ่นกายของใครสักคน แถวนี้ๆ
อย่าบอกนะว่าของเมิง คู่เต้นของกู...
...
ฉ..ชิบหาย! แม่งเหม็นมาก! แทบไม่เชื่อในสัมผัสจมูกตัวเอง ว่ากลิ่นขนาดนี้ถูกส่งออกมาจาก “เต่า” ของผู้หญิง อยากรู้จริงๆว่าน้ำหอมยี่ห้อไหน ไปทำลายต่อมเสน่ห์ของคุณได้รุนแรงขนาดนี้
รู้ไหมว่าความโรแมนติกที่เกือบจะอินมันหายไปทันที เมือจำต้องผละมือที่จับเอ็วเธอมาปิดจมูกตัวเองแทบจะทั้งเพลง…
แต่กระนั้น กลิ่นก็ไม่ได้หายไป...
เพราะมันติดอยู่ที่มือกู...
เพลงช้าจบลง ผมปล่อยตัวเองให้เป็นอิสระจากพันธะกลิ่นเต่า ปลีกตัวไปให้ไกลที่สุดโดยอ้างว่า “ผมจะไปฉี่” แต่ความจริงคือ “กูจะไปอ้วก”
ผละตัวจากความครึกครื้นและแสงไฟ สู่ประตูทางออกเพื่อสัมผัสอากาศบริสุทธิ์ ทว่าระหว่างทางหญิงสาวสองคนกลับเปลี่ยนใจให้ผมกลับสู่พันธะ...
วิกกี้และอันย่า พาผมสู่พันธะกลิ่นเต่าอีกครั้ง...
แต่ก็ยอม...



#1 By Howl on 2012-01-23 20:54