Chapter 23.5.2th: ดิ้นกันไหมน้อง
posted on 01 Feb 2012 21:50 by achidahp in experience directory Entertainment, Travel, Diaryกลายเป็นว่าวิกกี้ไม่ได้ควงคู่มากับไมค์ ตามที่ปฎิเสธผมไปเมื่อคราวก่อน เธอมากับอันย่า สาวเย็นชาที่เธอยัดเยียด ผู้เป็นเหตุให้โดนปฎิเสธซ้ำสอง ตอกย้ำหน้าผมที่พังให้ยับยิ่งกว่าเดิม
เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อหนึ่งเดือนที่แล้ว...
ทว่าความรู้สึกยังชัดแจ๋วเหมือนมันเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน... หน้ากุยังชาจนร้อนฉ่า ยิ่งเมื่อเห็นพวกเธอเต้นต่อหน้า ในวินาทีนี้
ในชุดราตรีสีดำ กับลีลาการแดนซ์ที่อ่อนช้อยนุ่มนวล สวนกระแสสังคมและแสงไฟ ที่กระพริบไว ไม่ต่างอะไรกับจังหวะเพลงแรพ...
ท่ามกลางจังหวะเพลงแรพ วิกกี้โยกส่าย คล้ายๆกับรำไทย…
ไม่รู้จะช้าอะไรขนาดนั้น…
อาจจะเป็นธรรมเนียมการเต้นช้าๆ ในเพลงเร็วๆ แบบผสมญี่ปุ่น - เยอรมันหรือเปล่า แต่เท่าที่เห็น... มันขัดกัน
ฝืนใจเข้าไปทัก เดินเชิงสะบัดชักเป็นอี๊ดโปงลางคลานเข้าไปหา เพียงเพื่อยิงประโยคโง่ๆคำถามเดียวว่า...
“อะ..อ้าว (เมิง)มาด้วยเหรอ...”
...
(ทั้งๆที่เห็น ว่ายืนอยู่ตัวเป็นๆ...)
ใจจริงก็อยากคุยมากกว่านี้ อยากถามมากกว่านี้ อยากรู้ว่าสุดท้ายทำไมถึงมาที่นี่ โดยไม่มีไอ้ไมค์
แต่ด้วยทักษะภาษาที่มี ท่ามกลางมลภาวะทางเสียงผสมด้วยความตื่นจนแทบจะเต้นมากขนาดนี้ ในสายตาของวิกกี้ ผมคงไม่ต่างอะไรจากคนใบ้…
ยิ่งมียัยอันย่าอยู่ใกล้ๆ ไม่รู้ความมั่นใจหายไปไหนหมด
แม้จะอยากขอ จุด จุด จุด แต่ก็จำต้องหยุด ย้ายร่างมาหดยืนสลด จ้องเธออยู่ไกลๆ ให้ปลอดภัยจากสายตาอิอันย่า...
ซึ่งเหมือนเธอจะรู้ ว่าผมคิดจะขออะไร...
กลิ่นเต่าจางลงแล้ว… ไม่รู้เพราะยัยเต่าเหม็นวิ่งไปใส่น้ำหอม หรือหนีไปอาบน้ำที่บ้านมา...
ผมไม่ได้ใส่ใจ…
เพราะเท่าที่ใส่ใจตอนนี้ คือโจทย์ใหญ่ๆนี้ ที่กองอยู่ตรงหน้า...
ผมจะกล้าขอวิกกี้เต้นเพลงช้า ได้ยังไง...
ท่ามกลางสิ่งเร้าจากเนื้อนม ผสมความครื้นเครงในบทเพลงและกลิ่นเต่า... ผมแทบพนมมือพร้อมสวดมนต์
จะมีสักกี่ครั้งในชีวิต ที่เรายืนอยู่บนเส้นแบ่งของความไม่กล้าแบบนี้ ผมยังจำตัวเองได้ดี สามเดือนก่อนจะมาที่นี่ ผมเป็นยังไง…
เป็นเด็กติดเกมส์ มีความสุขกับการใช้ชีวิตอยู่ในโลกแห่งความฝัน…
เป็นเด็กติดเกมส์ ที่เคยสุขสรรค์กับการไม่ต้องไปเผชิญอะไร ในโลกแห่งความจริง...
ไม่ต้องกล้า ไม่ต้องฝืน ไม่ต้องตัดสินใจอะไร
ทว่าที่อีกซีกโลกหนึ่ง เหมือนซีกชีวิตใหม่ ผมจำต้องฝืนทำทุกอย่างที่ไม่เคยทำ
เพียงเพราะอยากพิสูจน์ว่า ผมสามารถ เปลี่ยนตัวเอง…
ก้าวแรก กัดฟัน ฝืนตัวเองเข้าไป กลั้นหายใจ หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ
ก้าวที่สอง หลอกตัวเองเข้าไป ว่าถ้าเข้าไปกูอาจจะไม่ทำอะไรก็ได้
ก้าวที่สาม ตัดสินใจ ถ้าไม่ทำอะไรไปในตอนนี้ มันจะไม่มีครั้งที่สามอีกแล้วนะ
ก้าวที่สี่...
ผมยืนอยู่ตรงหน้าเธอ...
ในช่วงวินาทีที่คนๆหนึ่งจะลุกลี้ลุกลนที่สุดในชีวิต อยู่ๆบทเพลงก็เปลี่ยนจังหวะขับกล่อม คล้ายๆกับเพลงวิวาห์ เปลี่ยนสายตาที่ไม่กล้า ให้เคลิ้มไปตามเพลง...
แววตาอาจดูมั่นคง แต่หลังมันแข็งตรงและมือมันเกร็งจนหงิก มองจากข้างหลัง คนอาจจะคิดว่าผมเป็นคนง่อย
และในวินาทีนั้นล่ะ ผมขอเธอไป อย่างคนง่อย…
และในวินาทีนั้นล่ะ หัวใจมันก็ค่อยๆ หยุดเต้น...
“ต...เต้นกันมั้ย ว..วิ. วิกกี้...” พร้อมกับยื่น ขอมือเธอไป
เธอไม่ตอบอะไร...
…
แต่วางมือไว้ ให้ผมจับแทน…
เพิ่งมาเข้าใจ “เวลาแห่งชีวิต” ที่หน้างานเขียนไว้ ก็ตอนนี้ล่ะ
ไม่คิดไม่ฝัน ว่าความฝันจะกลายเป็นความจริง และไม่เคยคิดว่าความจริงมันจะคล้ายกับความคิด
ภาพที่ผมวาดไว้ตลอดหลายเดือน คือผมกับวิกกี้ ยืนคู่กันในตอนนี้ ใกล้กันในตอนนี้ จับมือกันในตอนนี้...
แต่จะมาไม่เหมือนก็ตรงที่...
กูเกร็งในตอนนี้นี่ล่ะ
มือซ้ายที่โอบเอว มันเกร็งจนไร้ความรู้สึก
มือขวาที่จับมือ มันก็ทื่อจนเหงื่อชุ่ม
หน้าที่แทบจะชิดกัน ก็ชาจนซีด เสียงกับน้ำลายก็ไม่รู้หายไปไหนหมด…
แล้วเพิ่งมานึกออกสดๆ ว่าทั้งชีวิตกูเพิ่งเคยเต้นไปแค่ครั้งเดียว... เมื่อกี้นี้...
โอย เท่านั้นล่ะ!!...
แทบต้องสวดมนต์ภวนาอีกครั้ง ย้ำๆ ขออย่างเดียวให้กูไม่ไปเหยียบเท้าเค้าก็พอ...
เท่านั้นล่ะ... สภาพกุจึงกลายเป็นหุ่นไล่กา คล้ายกับตุ๊กตาล้มลุกย่ำขาอยู่กับที่ไปมา ไม่พูดไม่จาเหมือนหุ่นไล่กา ที่มีกาเกาะที่ไหล่
บรรยากาศตอนนี้ไม่รู้เป็นยังไง ดูเงียบและอ่อนไหว ชอบกล...
แล้วอยู่ๆ เธอกลับถามผมก่อน...
“ชอบที่นี่มั้ย...”
...
ท่ามกลางจังหวะที่ชิดใกล้ ผมไม่ทันได้ตั้งตัว ไม่ทันได้ตอบอะไร...
เธอก็พลันพูดต่อไป ว่าชอบที่นี่มาก...
ผมได้แต่ยิ้ม... อินจนเห็นภาพสองเราในจังหวะเพลงชวนเคลิ้ม เหมือนฉากหวานเยิ้มจากหนังในความทรงจำเรื่องแคสเปอร์ เราสองลอยขึ้นบนอากาศเหนือปราสาทร้าง มีสายลมที่พัดผ่านคอยพยุง
เป็นความรู้สึกดีแบบแปลกๆ ที่ไม่รู้ว่าในชีวิตนี้ จะมีได้สักกี่ครั้ง ความรู้สึกที่ทำให้เวลาห้านาทีผ่านไปไว เพียงไม่กี่ลมหายใจ
แต่เพราะอะไร ระฆังมันต้องดังทุกครั้งไป…
เพลงจบลง พร้อมความรู้สึกเบาๆ ที่ผละผมไป…
ก่อนจะผละไป เธอทิ้งประโยคสุดท้ายให้ไว้ เบาๆ…
ผมแทบจะหยุดหายใจ...
…
ป...ปาก เธอ เหม็น มาก...
...
..
ไม่ใช่!
นั่นคือคำในความคิดที่ผมกลัว
แท้จริงเธอเธอทิ้งคำปริศนาให้ผมไปไข...
มันเป็นคำเบาๆ ว่า
“เราอยู่ได้ไม่นานนะ...”
…
ตอนต่อไป "ภาค 2"

